ความสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง
จากการพัฒนาประเทศให้ทันสมัย ทัดเทียมกับนานนาอารยประเทศในช่วงเวลาที่ผ่านมา นับแต่เริ่มนำแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2504 เน้นการพัฒนาที่สร้างระบบสาธารณูปโภค การวางโครงสร้างตามแบบเศรษฐกิจทุนนิยมที่เน้นการผลิตเพื่อขายทรัพยากรธรรมชาติ ถูกปรับเป็นปัจจัยเพื่อการผลิต และป้อนเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมในขณะที่วิถีชีวิตและระบบการผลิตของชุมชนไทย เป็นลักษณะการผลิตเพื่อสนองความจำเป็นพื้นฐาน มิได้มุ่งผลิตเพื่อขาย จึงถูกมองในเชิงวิธีคิดและนโยบายของรัฐว่าล้าหลังและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแบบแผนการผลิต และความเป็นอยู่ใหม่ให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนากระแสหลัก ซึ่งส่งผลต่อวิถีแห่งภูมิปัญญา แบบแผนการดำรงชีวิต และการผลิต ตลอดจนวัฒนธรรมของชุมชนอันหลากหลายให้ไปอยู่ในสังคมทุนนิยมผลของการพัฒนาประเทศอย่างรีบเร่งนี้ ที่เน้นความสำคัญในส่วนของภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม จึงเป็นปัจจัยทำให้เกิดช่องว่างทางสังคม ทั้งในแง่รายได้และโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร ยิ่งเวลาผ่านไป ปัญหากลับยิ่งเพิ่มพูนทวีคูณ และซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ มีเพียงคนจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นคนจำนวนน้อยของประเทศสามารถเข้าถึงทรัพยากร และมีโอกาสทางสังคมสูง สามารถเลื่อนฐานะทางเศรษฐกิจ และสังคมได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกับคนส่วนใหญ่ที่ยังคงอยู่ในภาคเกษตรกรรมและแรงงานกลับเข้าไม่ถึงปัจจัยการผลิต และค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
ฉะนั้น วิกฤตเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านการเงิน เมื่อปี พ.ศ. 2540 เป็นภาพสะท้อนหนึ่งของการพัฒนาประเทศที่ล้มเหลว ที่ไม่สามารถสร้างความเสมอภาค ความยุติธรรม แก่สังคมอย่างทั่วถึง ฉะนั้น จึงเป็นโอกาสที่สังคมไทยในขณะนี้ จะต้องทบทวนถึงข้อจำกัดและความผิดพลาดจากการพัฒนาที่ผ่านมาทางหนึ่งถือได้ว่าเป็นการแปรวิกฤตให้เป็นโอกาสเพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสมกับสังคมไทย
ท่ามกลางภาวะตีบตันทางสังคมและเศรษฐกิจนั้น แนวคิดหนึ่งได้ถูกเสนอสู่สังคม ผ่านกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นเสมือนแสงสว่างส่องนำทางให้แก่ประชาชนชาวไทยได้นำกลับไปปรับใช้เพื่อบรรเทาความทุกข์ที่เกิดจากปัญหาที่มีอยู่ในขณะนั้น
เศรษฐกิจพอเพียง จึ่งนับได้ว่าเป็นแนวคิดที่มีคุณค่า อย่างน้อย 2 นัย ด้วยกัน
ประการที่หนึ่ง เป็นเครื่องเตือนสติให้แก่ชีวิตปวงชนชาวไทยในภาวการณ์เปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิตในกระแสการพัฒนาและยังเป็นการเสนอแนะแนวทางออกจากวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ โดยประยุกต์เข้ากับภูมิปัญญาของประชาชนอย่างลงตัว
ประการที่สอง แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในฐานะเป็นแนวคิดทฤษฎี และเป็นแนวทางในการปฏิบัติ โดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงในกลุ่มเกษตรกรเท่านั้น หากแต่ครอบคลุมถึงทุกคนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคธุรกิจ เอกชน หรือประชาชนในส่วนอื่น ๆ
ทั้งนี้ แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง หรือทฤษฎีใหม่ ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ แต่เป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คอยเตือนและแนะนำเสมอมา พระองค์เชื่อมั่นว่าการที่ชุมชน ท้องถิ่น สามารถพึ่งตนเองได้นั้น เป็นทางออกหนึ่งที่จะทำให้ประเทศไทยรอดพ้นวิกฤตนี้ได้
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
มีหลักพิจารณาอยู่ 5 ส่วนดังนี้
กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลาและเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤตเพื่อ ความมั่นคง และความยั่งยืน ของการพัฒนา
คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับโดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน
ดังเป็นเศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นการฟื้นฟูฐานะทางเศรษฐกิจของชุมชน เมือง ประเทศโดยอาศัยหลักการพึ่งตนเอง 5 ประการดังนี้
- ด้านจิตใจ ต้องเข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้ มีจิตสำนึกที่ดี เอื้ออาทร ประนีประนอม นึกถึงผลประโยชน์ส่วนรวม
- ด้านสังคม ต้องมีความช่วยเหลือเกื้อกูลกันสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน รู้จักผนึกกำลัง และ ที่สำคัญมีกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากรากฐานที่มั่นคงและแข็งแรง
- ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดรอบครอบ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนสูงสุด และที่สำคัญใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อพัฒนาประเทศให้มั่นคงอยู่เป็นขั้นเป็นตอนไป
- ด้านเทคโนโลยี รู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมให้สอดคล้องเป็นประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมของเราเอง
- ด้านเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ดำรงชีวิต อย่างพอควร พออยู่ พอกิน สมควรตามอัตภาพและฐานะของตน
- ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
- ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
- การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
- เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านความรอบครอบที่จะนำความรู้เหล่านี้มาพิจารณาให้เชื่อมโยงกันเพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
- เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรมมีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
ที่มา ครูปานใจ จิรวัชรเดช
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น